Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากรรมวิธีการผลิตชาชงจากบักวีตที่ปลูกในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน โดยศึกษาหาอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมสำหรับผลิตชา และศึกษาระยะเวลาในการคั่ว น้ำหนักชาคั่วต่อถุง และเวลาในการแช่ชาในน้ำร้อน ผลการทดลองพบว่า การคั่วเมล็ดบักวีตที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ในเวลา 20 และ 30 นาที ให้สี กลิ่นรส รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบรวมของผู้บริโภค ดีกว่าที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส และผู้ทดสอบชิมชาชอบตัวอย่างที่ใช้เวลาการคั่ว 20 นาที น้ำหนัก 5 กรัม และแช่น้ำร้อน 10 นาที มากที่สุด เนื่องจากสามารถสกัดชาบักวีตที่มีคุณลักษณะสี กลิ่นรส รสชาติ และความเข้มข้นของชาดีที่สุด ผลการวิเคราะห์ทางกายภาพของบักวีตคั่วพบว่า มีสีเหลืองน้ำตาลอ่อน เมื่อทำเป็นเครื่องดื่มชาชงโดยใช้เมล็ดบักวีตคั่ว 5 กรัมต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ได้ผลการวิเคราะห์ทางเคมีพบว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ 0.343 มิลลิกรัม และฟลาโวนอยด์รวมเท่ากับ 0.922 มิลลิกรัม และไม่พบคาเฟอีน ผลการทดสอบการยอมรับของผู้บริโภคพบว่า ผู้บริโภคให้การยอมรับระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาความชอบของลักษณะที่ปรากฏ สี กลิ่นรส รสชาติ ความเข้มข้นของชา และความชอบรวมอยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ย 6.97, 7.18, 6.92, 7.00, 6.95 และ 7.08 ตามลำดับ ถ้ามีการจำหน่ายเครื่องดื่มผู้บริโภคสนใจจะซื้อถึงร้อยละ 94.74 แสดงว่าผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาบักวีตมีแนวโน้มสามารถวางขายในท้องตลาดได้ในอนาคต เนื่องจากตลาดยังไม่มีสินค้าประเภทนี้ที่เป็นคู่แข่งเครื่องดื่มชาบักวีต และผู้บริโภคให้ความสำคัญด้านสุขภาพเครื่องดื่มชาเน้นชาที่มีคุณค่าโภชนาการสูง
Published in: วารสารวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
Volume 55, Issue 2, pp. 106-122