Search for a command to run...
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัจจุบันรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากในระดับสากล รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมุ่งหวังที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและยั่งยืน ในงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความสำคัญนวัตกรรมบริการที่ต่อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมบริการกับการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร และ 3) เพื่อศึกษาอิทธิพลของนวัตกรรมบริการที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ระเบียบวิธีการวิจัย: ในการวิเคราะห์นวัตกรรมบริการที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน การเก็บรวมรวมข้อมูลในครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาความสัมพันธ์โดยใช้สถิติสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการสร้างสมการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ ด้วยวิธีแบบเป็นขั้นตอน ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ 31-40 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 25,001-35,000 บาท นวัตกรรมบริการมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครทั้งหมด 4 ปัจจัย ได้แก่ ด้านบริการ ด้านกระบวนการ ด้านเทคโนโลยี และด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า และสมการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ ได้แก่ y^ = .559 + .196 (X2) + .147(X3) + .190 (X4): R2 = 0.669 โดยที่ R2 = 0.669 หมายความว่า โมเดลนี้สามารถอธิบายความแปรปรวนในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครได้ประมาณร้อยละ 66.9 สรุปผล: ผลการวิจัยสรุปได้ว่า นวัตกรรมบริการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครในระดับมาก ด้านเทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่มีผลมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านบริการ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และกระบวนการ แบบจำลองถดถอยสามารถอธิบายพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อได้ถึงร้อยละ 66.9
Published in: Interdisciplinary Academic and Research Journal
Volume 6, Issue 2, pp. e290396-e290396